รีวิวอนิเมะ Dragon Age: Absolution (2022)

  • ชื่อเรื่อง Dragon Age: Absolution
  • ปีที่ฉาย 2022
  • ประเภท Movie
  • แนว Animation, Action, Adventure

เป็นเวลาเกือบหนึ่งทศวรรษแล้วนับตั้งแต่ วิดีโอเกม Dragon Age ล่าสุด Dragon Age: Inquisition และถึงแม้ว่าผู้พัฒนา BioWare สัญญาว่าจะมีอันหนึ่งอยู่บนขอบฟ้า แต่แฟน ๆ ต่างก็กระตือรือร้นที่จะได้เรื่องที่สนใจเกี่ยวกับซีรีย์ที่พวกเขาชื่นชอบมานำเสนอ เห็นได้ชัด ว่า Dragon Age: Absolution มีจุดมุ่งหมายเพื่อทำหน้าที่เป็นช่องทางสำหรับแฟน ๆ ที่เบื่อหน่ายกับการรอคอยมากขึ้นทุกปีจากโลกแฟนตาซีนี้ และเป็นวิธีในการดึงดูดแฟน ๆ หน้าใหม่ที่อาจสนใจ Dragon Age : Dreadwolf ที่กำลังจะมาถึง รายการใหม่ล่าสุด ผลที่ได้คือ นี่คือการผจญภัยแบบแอนิเมชั่นที่ขาดความสดใสซึ่งไม่ได้สร้างความแตกต่างในตำนานหรือไม่ได้ช่วยอะไรกับตัวละครที่มีอยู่มากนัก โดยพื้นฐานแล้ว มันเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยรสจืดที่ตั้งใจไว้เพื่อปลอบใจ และมันไม่ได้ผลดีนัก

เรื่องราวเกิดขึ้นระหว่างเหตุการณ์ใน Dragon Age: Inquisition และ Dragon Age: Dreadwolf ที่กำลังจะมาถึง Absolution ติดตามเอลฟ์ชื่อ Miriam (Kimberly Brooks) ที่หลบหนีจากการถูกบังคับให้เป็นทาสใน Tevinter Imperium เธอกลับกลายเป็นทหารรับจ้างและเริ่มทำงานเพื่อตัวเองแทน วันหนึ่งแห่งโชคชะตา เธอต้องเผชิญหน้ากับอดีตที่เธอหันหลังให้กับเธอหลังจากที่คนรู้จักเก่ามาหาเธอและขอความช่วยเหลือจากเธอในภารกิจที่เธอสามารถช่วยได้เท่านั้น ผลก็คือ มิเรียมพบว่าตัวเองได้รับมอบหมายให้ขโมยโบราณวัตถุจากเทวินเตอร์พร้อมกับกลุ่มนักผจญภัยผู้ภักดี

น่าเสียดายที่ผู้มอบภารกิจ ฮิระ (สุมาลี มอนทาโน) เป็นอดีตคนรักที่ทิ้งมิเรียมให้เข้าร่วมการสืบสวน มิเรียมเก่งในสิ่งที่เธอทำ แต่เธอไม่เคยต้องการกลับไปยังดินแดนที่เธออาจถูกบังคับให้เป็นทาสเลย ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจที่จะเดินหน้าต่อไป โดยขอความช่วยเหลือจาก Fairbanks (Matthew Mercer), Qunari mage Qwydion (Ashly Burch), ทหารรับจ้าง Roland (Phil LaMarr), magister Rezaren (Josh Keaton) และ Lacklon คนแคระ (Keston John) ให้เสร็จสมบูรณ์ ภารกิจของเธอ